|
โรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่เกิดขึ้นเป็นประจำ เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ โรคนี้มีการระบาดในประเทศต่างๆในซีกโลกเหนือ ในช่วงฤดูหนาวของทุกปี ส่วนประเทศในซีกโลกใต้มีการระบาดในช่วงกลางปีของทุกปี เชื้อไข้หวัดใหญ่อยู่ในน้ำมูก เสมหะของผู้ป่วย ติดต่อโดยการไอ การจามรดกัน หรือติดต่อโดยมือที่เปื้อนน้ำมูก เสมหะที่อาจติดอยู่กับคนไข้ เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ราวบันได ลูกบิดประตู แล้วใช้มือมาสัมผัสบริเวณ ใบหน้า เชื้อเข้าสู่จมูกและปาก
หลังจากรับเชื้อประมาณ 1-3 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูง (38-40 องศาเซลเซียส) หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เจ็บคอ น้ำมูกไหล ไอแห้งๆ คล้ายไข้หวัดธรรมดา แต่มักมีอาการรุนแรงกว่าและอาจมีโรคแทรกซ้อน เช่น หลอดลมปอดอักเสบ ปอดอักเสบ ทำให้เสียชีวิตได้ ซึ่งมีพบในผู้สูงอายุ แต่โดยทั่วไปผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นภายใน 3-5 วันหลังป่วย และหายเป็นปกติภายใน 7-10 วัน
เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ เอ ฟูเจียน มีความแตต่างทางพันธุกรรมจากเชื้อที่เคยแพร่กระจายอยู่เดิมเล็กน้อย เชื้อนี้เป็นสาเหตุของการระบาดในประเทศ เขตหนาวในช่วงปลายปีที่แล้ว สำหรับประเทศไทย จากการเฝ้าระวังโรคและการเฝ้าระวังทางห้องปฏิบัติการพบว่า เชื้อนี้เป็นสาเหตุของโรคไข้หวัดใหญ่ ในประเทศมาตั้งแต่ปี 2546 แต่ไม่พบว่าเกิดการระบาดมากผิดปกติและไม่มีความรุนแรงมากกว่าในปีก่อนๆ
คำแนะนำเพื่อการป้องกัน
ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีร่างกายอ่อนแออาจเกิดโรคแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ เพื่อป้องกันการป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่และหลีกเลี่ยงโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ ขอให้คำแนะนำดังนี้
1.รักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยการออกกำลังกายเป็นประจำ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการดื่มสุราและสูบบุหรี่ รับประทานอาหาร ที่มีประโยชน์ ผัก และผลไม้ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารและวิตามินเพียงพอ และสามารถสร้างภูมิต้านทานโรคได้ดี 2.หลีกเลี่ยงการคลุกคลีใกล้ชิด หรือใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะผู้มีอาการไข้หวัด 3.รักษาร่างกายให้อบอุ่นในช่วงอากาศหนาวเย็น 4.หากมีอาการป่วยเป็นไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ควรระมัดระวังไม่แพร่เชื้อให้ผู้อื่น โดยการปิดปากและจมูกด้วยผ้าเช็ดหน้าขณะไอ จาม และหมั่นล้างมือบ่อยๆ
วัคซีนไข้หวัดใหญ่มีบริการในภาคเอกชน มีราคาค่อนข้างสูงและมีจำนวนจำกัด แต่แนะนำให้ใช้ในผู้สูงอายุ เพราะมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบที่รุนแรงได้ ควรฉีดวัคซีนให้แก่ผู้สูงอายุ
----------------------------------- ที่มา : กระทรวงสาธารณสุข
|